วิธีแก้ปัญหาหากเกิดไฟไหม้ในตู้ปลอดเชื้อ

                  

เคยบ้างมั้ยที่บางครั้งมีความจำเป็นจะต้องใช้ Open Flame Technique ภายในตู้ปลอดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นตะเกียงแอลกอฮอลล์ หรือ Bunsen Burner อื่นๆ? …..

และเคยมั้ยที่พลาดทำแอลกอฮอลล์หกจนเกิดไฟไหม้ในตู้ปลอดเชื้อ? …..

ที่จริงแล้วมาตรฐานเกี่ยวกับตู้ปลอดเชื้อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น NSF, EN, BS, DIN ล้วนไม่แนะนำให้มีการใช้ Open Flame Technique ภายในตู้ปลอดเชื้อ  ซึ่งหากจำเป็นหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ “ผู้ใช้งานตู้ปลอดเชื้อ” ก็ควรจะเข้าใจถึงหลักการแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดเพลิงไหม้ขึ้นในตู้ปลอดเชื้อดังนี้

  1. ปิดระบบ Blower ของเครื่องทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เปลวไฟรวมทั้งเขม่าและควันถูกดูดเข้าสู่ห้องลมด้านบนภายในเครื่อง ซึ่งอาจส่งผลให้ Blower และแผ่นกรอง HEPA ชำรุดเสียหายได้
  2. ปิดระบบจ่ายไฟฟ้าสู่ปลั๊กไฟภายในเครื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการชำรุดเสียหายของวงจรและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้งานอยู่
  3. ใช้ถังดับเพลิงดับไฟ (Fire Extinguisher)
  4. แจ้งเจ้าหน้าที่ที่ดูแลรับผิดชอบ รวมทั้งติดต่อผู้ดูแลเครื่องเพื่อดำเนินการตรวจสอบ แก้ไข เครื่องต่อไป

ข้อพึงระวังในการใช้ถังดับเพลิงกับตู้ปลอดเชื้อ

เนื่องจากภายในพื้นที่ทำงานของตู้ปลอดเชื้อ มักจะประกอบไปด้วยแหล่งจ่ายไฟ (ปลั๊กไฟ), หลอดไฟ, แผงวงจรควบคุมเครื่อง (Microprocessor บริเวณกระจังด้านหน้าเครื่อง) รวมทั้งแผ่นกรอง HEPA ภายในห้องลมด้านบน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเลือกใช้ชนิดถังดับเพลิงให้ถูกประเภท มิฉะนั้นแล้วอาจส่งผลกระทบต่อแผงวงจร ระบบไฟฟ้า และแผ่นกรอง HEPA ดังที่กล่าวมาแล้วได้

ถังดับเพลิงนั้นมีหลายประเภท แบ่งตามชนิดสารเคมีที่ใช้ดังนี้

  • ชนิดผงเคมีแห้ง : ไม่ควรใช้เนื่องจากมีคราบตกค้างยากต่อการทำความสะอาด และอาจส่งผลต่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์
  • ชนิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
  • ชนิดน้ำยาเหลวละลาย BCF Halon 1211 : ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจากมีสาร CFC
  • ชนิด HCFC-123
  • ชนิด BF 2000
  • ชนิดน้ำยาโฟม : อันตรายเนื่องจากเป็นสื่อนำไฟฟ้า

สรุปแล้วถังดับเพลิงชนิดที่ใช้ได้คือ CO2, HCFC-123 และ BF 2000  ซึ่งล้วนแล้วแต่ไม่ทิ้งทราบสกปรก ไม่ทำลายสิ่งของเครื่องใช้และวงจรอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆภายในเครื่อง

                                                Co2

                        ถังดับเพลิงสำหรับตู้ปลอดเชื้อ: ประเภทก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่ทุกท่านไม่มากก็น้อยนะครับ ….. IsscoThai Social Team

แหล่งข้อมูลหลักของบริษัท: http://www.isscothai.com

ตกลงเค้าเรียก “ตู้ลามินาร์” หรือ “ตู้ปลอดเชื้อ”? …. มาเรียกให้ถูกต้องกัน

                 

ผู้ใช้งานตู้ปลอดเชื้อในบ้านเราคงเคยได้ยินคนอื่นๆเรียก “อุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการณ์” เครื่องนี้ว่า “ตู้ปลอดเชื้อ” “ตู้ลามินาร์” “Hood” “ตู้ไบโอฮาซาร์ด” หรืออื่นๆอีกมากมาย … เคยสงสัยบ้างมั้ยครับว่า “ตกลงเครื่องนี้เรียกว่าอะไรกันแน่”

วันนี้ IsscoThai Social Team ขออธิบายเรื่องนี้ให้เองครับ!

ตู้ปลอดเชื้อ (ไม่มีคำตรงตัวในภาษาอังกฤษ) แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ

1. Biological Safety Cabinet (BSC)

               

คือตู้ปลอดเชื้อที่เรามักเข้าใจและเรียกกันเองว่า “ตู้ไบโอฮาซาร์ด” เป็นตู้ที่มีคุณสมบัติสามประการคือ Personnel, Product, และ       Environment Protection (ยกเว้น Class I)

การเรียกชื่อที่ถูกต้องมีดังนี้

- Biological Safety Cabinet (BSC)

- Biosafety Cabinet (เรียกอย่างย่อ)

- Microbiological Safety Cabinet (MSC) เป็นคำที่เรียกใช้กันในแถบยุโรป

ฉะนั้นหากพบเจอท่านอาจารย์ หรือ นักวิทยาศาสตร์ท่านใด เรียกตู้ BSC นี้ว่า “ตู้ไบโอฮาซาร์ด” นี้ ก็ไม่ต้องสงสัยนะครับ … มันคือตู้เดียวกันครับ 

2. Laminar Flow Clean Bench

               

คือตู้ปลอดเชื้อที่เรามักเข้าใจและเรียกกันเองว่า “ตู้ลามินาร์” เป็นตู้ที่มีคุณสมบัติสองประการคือ Personnel และ Environment Protection ซึ่งทำให้ตู้นี้ไม่สามารถทดแทน “ตู้ไบโอฮาซาร์ด” ในการป้องกันความเสี่ยงที่เกิดจากงานบางประเภทได้ (Biohazardous-Agent related work)

การเรียกชื่อที่ถูกต้องมีดังนี้

- Laminar Flow Clean Bench

- Clean Bench (เรียกอย่างย่อ)

- Vertical/ Horizaontal Laminar Flow Clean Bench

- Vertical/ Horizontal Clean Bench

ฉะนั้นหากพบเจอท่านอาจารย์ หรือ นักวิทยาศาสตร์ท่านใด เรียก Clean Bench นี้ว่า “ตู้ลามินาร์” นี้ ก็ไม่ต้องสงสัยนะครับ … มันคือตู้เดียวกันครับ

ข้อควรระวังในการเรียกชื่อ

 - ตู้ลามินาร์ ไม่ใช่ ตู้ไบโอฮาซาร์ด

 - “ตู้ปลอดเชื้อ” เป็นการเรียกชื่อรวมๆของ “Biosafety Cabinet” และ “Laminar Flow Clean Bench” 

 - คำว่า “ตู้เขี่ยเชื้อ” เป็นคำที่เรียกติดปากจากผู้ใช้งานเครื่อง แต่ไม่ได้มีความหมายที่ถูกต้องตรงตามหน่วยงานสากลแต่อย่างใด

 - คำว่า “Hood” (ฮูท) ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ “ตู้ปลอดเชื้อ” ทั้ง 2 ประเภทแต่อย่างใด ซึ่งจริงๆแล้ว เป็นคำสั้นๆมาจาก “Fume Hood” ซึ่งคือ    อุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการณ์อีกชนิดหนึ่ง

 หวังว่าทุกท่านจะได้รับประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ

ขอบคุณครับ

IsscoThai Social Team

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม: http://bit.ly/bbgKph

(Source: isscothai.com)

รู้มั้ย? หน่วยงานสากลอย่าง CDC และ WHO ห้ามไม่ให้ใช้ตะเกียงแอลกอฮอล์ในตู้ปลอดเชื้อ!

                        

                      


สวัสดีครับ วันนี้ IsscoThai Social Team จะมาไขข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้ตะเกียงแอลกอฮอล์หรือ Open Flame ภายในตู้ปลอดเชื้อกันครับ

เป็นเรื่องปกติและหากไม่มีการหยิบประเด็นนี้ขึ้นมาพูด ผู้ใช้งานตู้ปลอดเชื้อทุกท่านก็คงไม่สงสัยหรือรู้สึกว่าผิดอะไรที่จะใช้ตะเกียงแอลกอฮอล์หรือ Open Flame ภายในตู้ปลอดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นงานเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (Tissue Culture) หรืองานที่เกี่ยวกับการเก็บตัวอย่าง (Specimen) ต่างๆ จนกระทั่ง “หน่วยงานอย่าง CDC (Centers for Disease Control and Prevention), WHO (World Health Organization), NSF และ EN ต่างออกหนังสือเพื่อเตือนถึงอันตรายจากการใช้ Open Flame ในตู้ปลอดเชื้อ” ซึ่งมีใจความดังนี้

การใช้ตะเกียงแอลกอฮอล์รวมทั้ง Open Flame ด้วยวิธีอื่นๆภายในตู้ปลอดเชื้อจะทำให้การไหลเวียนของอากาศสะอาดภายในเครื่องผันผวนและสูญเสียคุณสมบัติ Laminar Flow อันเป็นหัวใจหลักของตู้ปลอดเชื้อ



                     



จากภาพด้านบนจะเห็นได้ว่าลักษณะทิศทางการไหลเวียนของอากาศสะอาดภายในตู้ปลอดเชื้อ (Biological Safety Cabinet) จะวิ่งผ่านลงมาจาก HEPA Filter ในแนวดิ่งสู่พื้นที่ทำงาน ขณะเดียวกันหากมีการใช้  Open Flame ภายในตู้ปลอดเชื้อจะทำให้อากาศบริเวณเปลวไฟร้อนและไหลขึ้นสวนทางกับแนวอากาศสะอาดตามหลัก Heat Convection (อากาศที่ร้อนจะลอยตัวขึ้นจากด้านล่างสู่ด้านบน) ซึ่งส่งผลให้อากาศภายในพื้นที่ทำงานผันผวนกลายเป็น Turbulent Flow และสูญเสียความสามารถในการป้องกันงานและผู้ใช้งานด้วย (Personnel and Product Protection)

ทางเลือกหากจำเป็นจะต้องมีการใช้ Open Flame ในงานของเรา

  1. ใช้ Open Flame ภายนอกตู้ปลอดเชื้อ (หากเป็นไปได้)
  2. ลดความจำเป็นในทำใช้ Open Flame โดยทำการฆ่าเชื้อโรคที่มากับอุปกรณ์ของเราก่อนการใช้งาน เช่น การใช้ Pre-Sterilized inoculating loops and needles, การ Pre-autoclaving forceps, scalpels เป็นต้น
  3. หากจำเป็น เลือกใช้อุปกรณ์ที่สามารถควบคุมเปลวไฟได้ เช่น Touch-O-Matic Bunsen Burner, Fireboy Burner, Bacti-Cinerator
  4. ใช้เปลวไฟในน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

              

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะครับ 

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.isscothai.com/    http://www.facebook.com/isscothai

เมื่อไหร่ถึงควรเปลี่ยน HEPA Filter?

                                 HEPA Filters

สวัสดีค่ะ ทุกท่านคงจะทราบดีอยู่แล้วว่า HEPA Filter นั้นคือหัวใจหลักของระบบการกรองอากาศในตู้ปลอดเชื้อ (Biological Safety Cabinet and Laminar Flow Clean Bench) และคลีนรูม (Cleanroom)

นอกจากนี้แล้วหลายท่านคงทราบว่าการเปลี่ยน HEPA Filter ในแต่ละครั้งนั้น “แพง” มาก!! ยิ่งถ้าเป็นการเปลี่ยนทั้งโรงงาน คงจะทำให้คุณเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อปวดหัวไปตามๆกันแน่นอน  

ฉะนั้นวันนี้ IsscoThai Social Team จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวการอายุของ HEPA Filter และการตรวจสอบก่อนการเปลี่ยน HEPA Filter ให้ทุกๆท่านทราบกันค่ะ :)

เมื่อไหร่ควรเปลี่ยน HEPA Filter?

สำหรับคำถามนี้ตอบได้เลยค่ะว่า “ไม่มีตัวเลขที่แน่นอนค่ะ!!” ซึ่งเหตุผลมีดังนี้ค่ะ

  • อายุการใช้งาน HEPA Filter ขึ้นตรงกับ “Workload” ของผู้ใช้งานแต่ละคน ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ HEPA Filter ในตู้ปลอดเชื้อที่มีการใช้งาน สองกะ ในหนึ่งวันจะมีอายุงานน้อยกว่าเครื่องที่ทำแค่กะเดียว
  • อายุการใช้งาน HEPA Filter ขึ้นกับการบำรุงรักษา ในที่นี้หมายถึงการป้องกันและระวังไม่ให้ของมีคมไปกระแทกหรือบาด ซึ่งจะก่อให้เกิด “Pin Hole” และการรั่วได้ (Leakage)
  • อายุการใช้งาน HEPA Filter ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้งาน Prefilter (แผ่นกรองขั้นต้น) ซึ่งการเลือกใช้ Prefilter ที่เหมาะสมจะช่วยกรองอนุภาคขนาดใหญ่ และแบ่งเบาภาระพร้อมทั้งยืดอายุของ HEPA Filter ออกไปได้

สรุปต้องเปลี่ยนเมื่อไหร่? ดูอย่างไร?

การตรวจดูสภาพของ HEPA Filter เรียกอย่างทางการว่า “HEPA Filter Installation, Integrity and Leak Test” ซึ่งคือการ “ตรวจดูประสิทธิภาพของ HEPA Filter ว่ายังสามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กและไม่มีรอยรั่วไหลอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่” 

ซึ่งการตรวจสอบนี้มักเรียกและเป็นที่เข้าใจกันในนามว่า “DOP Test” 

                         DOP Test

ข้อควรระวัง!!

เนื่องด้วยการตรวจสอบ HEPA Filter ตามมาตรฐานสากลด้วยวิธี “DOP Test หรือ HEPA Installation, Integrity and Leak Test” จำเป็นจะต้องใช้เครื่องมือทดสอบที่มีราคาค่อนข้างสูง ทำให้ผู้ประกอบการบางที่ถือโอกาสใช้หลักการนับอนุภาคด้วย Particle Counter ที่มีราคาต่ำกว่าและอ้างว่าเป็นการตรวจสอบ HEPA Filter 

ตามมาตรฐานสากลเกี่ยวกับการตรวจสอบห้องสะอาด (Cleanroom) และตู้ปลอดเชื้อ (ISO, BS, EN) ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า การตรวจสอบอนุภาคด้วย Particle Counter ถือเป็นการตรวจสอบคนละรายการกับการตรวจสอบ HEPA Filter ด้วยวิธี DOP Test ซึ่งไม่สามารถทดแทนกันได้

ฉะนั้นลูกค้าทุกท่านมีความจำเป็นจะต้องระมัดระวังโดยการเลือกใช้บริการผู้ตรวจสอบ (Certifier) เพื่อให้ได้ข้อมูลการตรวจสอบเป็นไปตามมาตรฐานที่ทาง Auditor กำหนด มิฉะนั้นอาจจะก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนได้ค่ะ!!

ข้อแนะนำ

  1. ทำการตรวจสอบมาตรฐานตู้ปลอดเชื้อหรือห้องสะอาดอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  2. คอยสังเกตุระดับความดัน (Manometer หรือ Magnehelic Pressure Gauge) หากระดับความดันสูงขึ้น แสดงว่า HEPA Filter เร่ิมมีการอุดตันและมีอายุงานมากขึ้น
  3. คอยสังเกตุระดับความเร็วลมที่ผ่านสู้บริเวณห้อง (Cleanroom) หรือพื้นที่ทำงานในตู้ปลอดเชื้อ หากความเร็วลมเริ่มลดลง แสดงว่า HEPA Filter เร่ิมตันทำให้จ่ายลมออกมาได้น้อยลง
  4. เลือกผู้ตรวจสอบ (Certifier) ที่มีการใช้งาน DOP Test ไม่ใช่เพียง Particle Counter อย่างเดียว

หวังว่าทุกท่านคงได้ข้อมูลจากบทความนี้ไม่มากก็น้อยนะคะ  …… ขอบคุณค่ะ ^_^

รายละเอียดการตรวจสอบตู้ปลอดเชื้อของบริษัท: คลิกที่นี่

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.isscothai.com

เปิดยูวีในตู้ปลอดเชื้อ … ช่วยได้จริงหรือ?

สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาดูกันว่าจริงๆแล้ว การเปิดยูวี (Ultraviolet Light) ภายในตู้ปลอดเชื้อ มีประโยชน์จริงหรือไม่?

ผู้ใช้งานตู้ปลอดเชื้อหลายคนคงเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่จะเปิด UV ก่อนและหลังการใช้งานตู้ปลอดเชื้อใช่มั้ยครับ? แต่ทราบมั้ยครับว่า หน่วยงานมาตรฐานที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศ (EN,BS, NSF, JIS, DIN) ล้วนแล้วแต่ไม่แนะนำให้ใช้แสงยูวี (UV) ภายในตู้ปลอดเชื้อ

หน่วยงานดังกล่าว ได้ให้เหตุผลที่ไม่แนะนำให้ใช้ UV ดังนี้ครับ

  1. แสงยูวี (Ultraviolet Light) เป็นอันตรายต่อสายตาและผิวหนัง รวมทั้งสามารถก่อให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้
  2. การใช้แสงยูวีให้มีประสิทธิภาพ จำเป็นจะต้องอยู่ในสภาวะควบคุมอุณหภูมิ (temperature) ความเร็วของอากาศที่วิ่งผ่าน (air velocity) และระยะเวลา (contact time) ที่เหมาะสม ซึ่งเป็นไปได้ยากภายในตู้ปลอดเชื้อ
  3. ประสิทธิภาพของการทำลายเชื้อโรคด้วยแสงยูวี (UV) ขึ้นตรงกับระยะทางจากหลอดยูวี ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่การทำลายเชื้อโรคบนพื้นที่ทำงานและขอบผนังเครื่องทุกๆด้านจะมีประสิทธิภาพเท่ากัน
  4. ผู้คนมักเข้าใจว่าการใช้แสงยูวีจะทำให้พื้นที่ทำงานภายในสะอาด (Disinfected) และละเลยการทำเช็ดทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์หรือน้ำยาทำความสะอาด (Disinfectants)

จากเหตุผลดังกล่าวทำให้มาตรฐานการผลิตตู้ปลอดเชื้อของต่างประเทศไม่แนะนำให้มีการใช้งานแสงยูวีภายในเครื่อง แต่หากเป็นความต้องการของลูกค้า ผู้ผลิตจำเป็นจะต้องชี้แจงถึงอันตรายของแสงยูวีให้ลูกค้าทราบด้วย

ในมุมมองของทางบริษัทฯ มีความคิดเห็นดังนี้

  1. การติดตั้งหลอดยูวีภายในเครื่อง ทางบริษัทฯ สามารถทำให้ได้แล้วแต่ความต้องการของลูกค้า
  2. ผู้ใช้งานจะต้องไม่ละเลยที่จะมีการทำความสะอาดภายในพื้นที่ทำงาน แม้จะมีการใช้แสงยูวีด้วยก็ตาม
  3. ผู้ใช้งานควรเข้าใจถึงอันตรายและใช้งานแสงยูวีภายในเครื่องด้วยความระมัดระวัง
  4. หากมีการเปิดแสงยูวีไว้ในตอนกลางคืน (Overnight) ควรมีการใช้ผ้าหรือแผ่นบอร์ดที่สามารถกันแสงยูวีได้ มาปิดที่กระจกด้านหน้าเครื่อง ป้องกันไม่ให้คนที่ไม่รู้ได้รับผลกระทบในเวลาตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น
  5. ควรมีการเปลี่ยนหลอดยูวีทุกๆ 12 เดือน ถึงแม้หลอดจะไม่ได้เสีย และมีแสงสีฟ้าให้เห็นอยู่ก็ตาม เนื่องจากความเข้มข้นของแสงจะลดลงเรื่อยๆในทุกชั่วโมงของการใช้งาน ประสิทธิภาพการทำลายเชื้อโรคก็จะลดตามลงไปด้วย

สรุป: การใช้ยูวีร่วมกับการทำความสะอาดด้วยสารเคมีหรือแอลกอฮอล์จะเป็นวิธีการทำความสะอาดพื้นที่ที่ดีที่สุด

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกๆคนนะครับ  หากมีข้อสงสัยสามารถ Post ถามได้ครับ ทาง IsscoThai Social Team จะรีบตอบให้ทันทีครับ!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : http://bit.ly/fCSzOf หากต้องการตรวจสอบประสิทธิภาพของแสงยูวีภายในเครื่องของท่าน


(Source: isscothai.com)

ความสูงของกระจกขณะใช้งานตู้ปลอดเชื้อที่ถูกต้องและปลอดภัย

สวัสดีค่ะ! วันนี้เราจะมาพูดถึงความสำคัญของการเปิดกระจกขณะใช้งานตู้ปลอดเชื้อที่บางท่านอาจมองข้ามไปค่ะ …

อย่างแรก อยากจะถามก่อนว่า “ทุกคนปรับความสูงของกระจกขณะใช้งานตู้ปลอดเชื้อไว้ที่กี่นิ้วจากพื้น?”  มีตัวเลือกดังนี้ค่ะ

  1. เปิดหมดเลย 
  2. ครึ่งหนึ่งของความสูงทั้งหมด
  3. 5 นิ้ว
  4. 8 นิ้ว
  5. แล้วแต่เครื่องกำหนด
  6. แล้วแต่เรากำหนด น้อยที่สุดยิ่งดี

นึกไว้แล้วนะคะ … ทีนี้เรามาดูคำตอบกันค่ะ

…. เฉลย ข้อที่ถูกต้องคือ ข้อ 5 “แล้วแต่เครื่องกำหนด” ค่ะ!! 

ผู้ผลิตตู้ปลอดเชื้อไม่ว่าเครื่องที่ทำในประเทศหรือเครื่องจากต่างประเทศจะเป็นผู้ออกแบบและกำหนดความสูงของกระจกขณะใช้งาน (Designed Sash Height) ที่ถูกต้องและปลอดภัยต่อผู้ใช้งานซึ่งโดยมากแล้วจะอยู่ในช่วง 8-12 นิ้วแล้วแต่ผู้ผลิตค่ะ 

เพื่อความสะดวกและปลอดภัยขณะใช้งาน ผู้ผลิตบางรายมีการออกแบบและติดตั้งระบบเซนเซอร์ เข้าร่วมกับ Microprocessor ของเครื่องที่จะส่งสัญญาณเตือนผู้ใช้งานหากกระจกไม่อยู่ในระดับความสูงที่ถูกต้อง และอาจรวมถึงปิดระบบ Blower ไม่ให้ทำงานได้อีกด้วยค่ะ

หากตู้ปลอดเชื้อของเรา ไม่มีระบบเซนเซอร์นี้ ก็ควรจะหาระดับความสูงของกระจกที่ผู้ผลิตกำหนด (Designed Sash Height) จากแถบสติกเกอร์ภายในเครื่องหรือคู่มือใช้งาน (Operating’s Manual) ที่ได้มาค่ะ!

สำหรับลูกค้าที่ใช้งานตู้ปลอดเชื้อของเรา IsscoThai ก็สามารถดูได้ที่แถบสติกเกอร์ใสที่ติดไว้ที่กระจกด้านหน้าของเครื่องค่ะ … สำหรับเครื่องรุ่นเก่าของเราจะไม่มีการติดสติกเกอร์นี้  ให้ลูกค้า ปรับความสูงของกระจกให้ได้ 8 นิ้ว จากพื้นที่ทำงาน ซึ่งเป็นระดับความสูงที่บริษัทฯ ออกแบบมาค่ะ

หวังว่าบทความนี้จะช่วยคลายข้อสงสัยในการใช้ตู้ปลอดเชื้อแก่ทุกคนนะคะ! วันนี้ IsscoThai Social Team ลาไปก่อนค่าาาา

ติดตามข่าวสารของเรา: http://www.twitter.com/isscothai

แหล่งความรู้เพ่ิมเติม: http://www.facebook.com/isscothai

ตู้ปลอดเชื้อของ IsscoThai: http://www.isscothai.com/th/products-spec-a-quote/laminar-flow-cabinets.html

วันนี้คุณบอกรักพ่อหรือยัง?

5 ธันวา วันพ่อ ก่อเกิดสุข สร้างเสริมลูก เผ่าไทย ขยายผล

ลูกขอกราบ แทบเท้า เอามงคล ลูกทุกคน รักพ่อ ขอแทนคุณ

งานพ่อหนัก ลูกประจักษ์ ในดวงจิต ขออุทิศ กายใจ สนับสนุน

ลูกทุกคน รักพ่อ พร้อมเทิดทูน ขอเนื้อบุญ จงบันดาล ผสานใจ

ทั่วแผ่นดิน ถิ่นแคว้น แดนเหนือใต้ ทรงห่วงใย เสริมสร้าง ทางสดใส

ให้รักษ์น้ำ รักษ์ดิน ตราบสิ้นใจ ขาดสิ่งใด ก็ไร้ค่า พาเศร้าตรม

เมื่อดินดำ น้ำชุ่ม ไม่กลุ้มจิต สร้างชีวิต เสริมชีวา พาสุขสม

สุขภาพดี ถ้วนหน้า ธันวาคม ชาวโลกชม พ่อไทย จากใจจริง

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน เป็นมิ่งขวัญของชาวไทยตลอดไป ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า ทีมงาน IsscoThai Social Team

วันนี้คุณบอกรักพ่อหรือยัง?

http://www.isscothai.com/

เคยทำน้ำยาหก (Spill) ในตู้ปลอดเชื้อกันบ้างไหม?

สวัสดีค่ะ วันนี้ IsscoThai Social Team มาจับผิดทุกคนกันว่าเคยทำอะไรหกในตู้ปลอดเชื้อบ้างมั้ย? ยอมรับมาเถอะค่ะ ^_^

                                    

คงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการใช้สารเคมีต่างๆภายในตู้ปลอดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็น ตะเกียงแอลกอฮอล์ (ไม่นับคนที่ใช้ Fireboy นะคะ), Solvent ต่างๆในงานย้อมชิ้นเนื้อ หรือแม้กระทั่ง Methylene Blue ในงานที่เกี่ยวกับเชื้อ TB (Tuberculosis, วัณโรค)และก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกที่ในบางครั้งเราจะพลั้งเผลอทำน้ำยาเหล่านั้นหกภายในตู้ปลอดเชื้อใช่มั้ยคะ? :p :p

คราวนี้ เราจะมาดูกันค่ะว่าวิธีการทำความสะอาดสารเคมีที่หกในตู้ปลอดเชื้ออย่างถูกต้องเค้าทำกันอย่างไร :) 


  1. หยุดงานที่กำลังจะทำอยู่ก่อน แต่ไม่ต้องปิดเครื่อง เพื่อรักษาสภาพ Clean Area ภายในเครื่อง
  2. เปลี่ยนถุงมือ (ถ้าใช้) เป็นถุงมือคู่ใหม่ และนำกระดาษ (Paper Towel) ที่จะใช้เช็ดเข้าไปวางในเครื่อง
  3. ให้อากาศสะอาดภายในเครื่องหมุนเวียนประมาณ 2-3 นาที (Air Purging)
  4. ค่อยๆวางกระดาษคลุมบริเวณที่สารเคมีหก โดยวางจากขอบๆของน้ำยาที่หกเข้ามาทางด้านใน
  5. พ่นน้ำยาทำความสะอาด (Disinfectant) หรือ Alcohol 70% (Foggy) ลงทับบนกระดาษที่ซับสารเคมีที่หกนั้นๆอยู่
  6. ปล่อยสารเคมี (Disinfectant) หรือ Alcohol ไว้ประมาณ 5-30 นาที (ความเร่งด่วนของงานที่ทำเป็นตัวกำหนดค่ะ :) )
  7. จากนั้นนำกระดาษเหล่านั้นทิ้งถังขยะติดเชื้อ (ตามหลักถังขยะก็ควรโหลดไว้ในพื้นที่ทำงานตั้งแต่แรกค่ะ)
  8. พ่นน้ำยาซ้ำลงบนพื้นที่เดิม และเช็ดด้วยกระดาษ (Paper Towel) หรือผ้า อีกหนึ่งครั้ง
  9. ทำข้อ 8 ซ้ำ อย่างน้อยอีกหนึ่งรอบ

    เท่านี้ทุกคนก็แน่ใจได้แล้วค่ะ ว่าพื้นที่ทำงานในตู้ปลอดเชื้อนั้นสะอาดพอที่จะทำงานต่อไปแล้ว … จะได้ไม่เจอ CFU count อันแปลกปลอมหลังจบงานค่ะ :)

    หากท่านใดอ่านแล้วยังงงๆ ดู clip ได้ที่นี่ค่ะ: http://www.facebook.com/video/video.php?v=132631346795543&saved

    ขอบคุณแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม: UCD Safety Service

    แหล่งข้อมูลหลักของเรา: http://www.isscothai.com/th/resources.html

    ถ้าบทความนี้เป็นประโยชน์แก่ทุกคน ก็ช่วยกด “comment” หรือ “บอกเพื่อนๆต่อ” เพื่อเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะคะ :)

    วันนี้ IsscoThai Social Team ลาไปก่อนค่าาาา

    อะไรคือ Laminar Flow?

    สวัสดีครับ วันนี้ถึงตาผม เป็นผู้เขียนบทความบ้างแล้วครับ เดี๋ยวทุกคนจะสงสัยว่า IsscoThai มีแต่ผู้หญิงรึงัย?

    ทุกคนที่ทำงานที่เกี่ยวข้องกับคลีนรูม (ห้องสะอาด) หรือมีการใช้งานตู้ปลอดเชื้อ (ตู้ลามินาร์หรือตู้ไบโอฮาซาร์ด) อาจจะเคยได้ยินคำว่า “ลามินาร์โฟลด์” (Laminar Flow) อยู่บ่อยครั้ง … เคยสงสัยบ้างมั้ยครับ ว่าทำไมต้องเรียกลมในคลีนรูมหรือตู้ปลอดเชื้อว่า Laminar Flow? …. วันนี้ IsscoThai Social Team จะช่วยให้ท่านรู้จักกับลมประเภทนี้มากขึ้นครับ!

    อะไรคือ Laminar Flow?

    Laminar Flow คือของไหล (fluid) ซึ่งในที่นี้จะหมายถึง อากาศ ที่มีคุณลักษณะราบเรียบเป็นแนวเส้นตรง (Unidirectional Flow) และทุกๆจุดในระบบตัดขวาง (Cross Section) ของอากาศจะมีความเร็วลมที่เท่ากันตามไปด้วย (Uniform Velocity Profile) ซึ่งจะแตกต่างจะ “Turbulent Flow” ที่มีทิศทางการไหลไม่แน่นอน ไม่มีทิศทาง (Brownian Motion)

    จากรูปข้างล่างนี้จะเห็นได้ว่า ส่วนที่เป็นเส้นตรงของควันคือ Laminar Flow ส่วนด้านขวาของรูปคือ Turbulent Flow

    แล้วทำไมต้องเป็น Laminar Flow ในคลีนรูมหรือตู้ปลอดเชื้อ?

    ทุกท่านคงจะทราบดีอยู่แล้วว่าจุดประสงค์ของคลีนรูมหรือตู้ปลอดเชื้อคือ การสร้าง “พื้นที่สะอาด” (Controlled Area) เพื่อป้องกัน งานหรือผลิตภัณฑ์ ที่เรากำลังทำอยู่จากฝุ่นละออง เชื้อโรค และสิ่งปนเปื้อน (Particulate and Contaminant) ในห้องหรือพื้นที่ทำงานนั่นเอง

    จากความต้องการเบื้องต้น แนวคิดที่จะใช้ลมสะอาดมาเป็นม่านอากาศป้องกันสิ่งปนเปื้อนเหล่านั้นจึงเกิดเป็นคลีนรูมและตู้ปลอดเชื้อขึ้น แต่จุดประสงค์นี้จะไม่สำเร็จได้หากลักษณะอากาศของพื้นที่นั้นๆเป็นแบบ Turbulent Flow เพราะสิ่งปนเปื้อนจากมุมห้องด้านนึงอาจถูกพัดไปตกบริเวณที่เราทำงานอีกมุมหนึ่งของห้องก็เป็นได้ แทนที่จะถูกดูดกลับเข้าไปในช่อง Air Return ของคลีนรูมหรือตู้ปลอดเชื้อ

    ด้วยเหตุนี้อากาศหรือของไหลที่มีคุณสมบัติเป็น Laminar Flow จึงมีความสำคัญมากในงานคลีนรูมและตู้ปลอดเชื้อ ดังที่กลายเป็นคำเรียกติดปากผู้ใช้งานกันว่า “ตู้ลามินาร์” นั่นเองครับ

    หวังว่าบทความนี้จะเป็นความรู้ให้แก่ทุกคนนะครับ  วันนี้ IsscoThai Social Team ขอลาไปก่อนครับ!! 

    ทุกท่านสามารถดูข้อมูลได้ที่: http://www.isscothai.com/th/resources/laminar-flow-cabinets/introduction-to-laminar-flow-clean-benches.html

    HEPA Filter สำคัญไฉน?

    สวัสดีค่ะ วันนี้ IsscoThai Social Team จะนำท่านไปรู้จักกับ HEPA Filter กันนะคะ …

    HEPA Filter หรือชื่อเต็มๆว่า “High Efficient Particulate Air” Filter ถูกคิดค้นขึ้นครั้งแรกในช่วงปี 1940 โดยหน่วยงานเกี่ยวกับพลังงานปรมาณูของประเทศสหรัฐอเมริกา มีจุดประสงค์เพื่อกักกรองฝุ่นที่ปนเปื้อนในงานเกี่ยวกับพลังงาน ซึ่งแท้จริงแล้วมันคือส่วนงานที่ืชื่อ “The Manhattan Project” ที่คอยวิจัยและสร้างระเบิดนิวเคลียร์นั่นเองค่ะ  

    พอหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง นวัตกรรมในการผลิต HEPA Filter ก็แพร่หลายมากขึ้น มีการนำไปใช้ประโยชน์มากมายเริ่มตั้งแต่การผลิตยานอวกาศ (Air Space Industry) งานผลิตวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (Semiconductor Industry) ตลอดจากงานระดับ Residential Unit เช่น งานเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (Tissue Culture) ที่ลูกค้าบางท่านกำลังทำอยู่นั่นเองค่ะ

    เกริ่นมาเยิ่นเย้อ ท่านลูกค้าคงอยากจะทราบแล้วใช่มั้ยคะ ว่า HEPA Filter เนี่ย มันสำคัญอย่างไรกับงานของเรา? IsscoThai Social Team จัดให้ค่ะ

    HEPA Filter สามารถพบเจอที่ไหนได้บ้าง?

    โดยมากแล้วในบ้านเรา จะสามารถพบเจอ HEPA Filter ได้ในคลีนรูม (Cleanroom) และตู้ปลอดเชื้อไม่ว่าจะเป็น “ตู้ลามินาร์”(Laminar Flow Clean Bench) หรือ “ตู้ไบโอฮาซาร์์ด” (ฺBiological Safety Cabinet) เป็นหลักใหญ่ๆค่ะ

    หน้าที่หลักของ HEPA Filter คืออะไร?

    หน้าที่หลักของมันคือการกรองกักเก็บฝุ่นละอองและเชื้อโรค (Contaminant) ต่างๆไม่ให้ไปปนเปื้อนกับงานหรือพื้นที่ทำงานที่เราต้องการความสะอาดสูงค่ะ (Controlled Area)

    แล้วทำไมต้องเป็น HEPA Filter หล่ะ …. แผ่นกรองอื่นๆไม่ได้หรอ?

    ขอตอบเลยว่าไม่ได้ค่ะ!!! ท่านลูกค้าคนไหนที่คิดจะลองเปลี่ยน HEPA Filter ที่เก่าออกแล้วใส่ Filter ชนิดอื่นลงไปอาจทำให้งานหรือตู้ปลอดเชื้อของท่านๆ เสียหายได้นะคะ!!!  เพราะว่าระบบกรองของ HEPA Filter นั้นมีความสามารถในการกรองอนุภาคเล็กๆได้ถึงขนาด 0.3 ไมครอน ที่ระดับประสิทธิภาพ 99.97% ขึ้นไปเลยค่ะ  ซึ่งความสามารถระดับนี้ไม่สามารถทดแทนด้วย Filter ประเภทอื่น (ยกเว้น ULPA Filter ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า)

    คิดว่าลูกค้าคงจะได้ความรู้จากบทความนี้ไม่มากก็น้อยนะคะ! มีความคิดเห็นยังไงหรือสงสัยเพิ่มเติม ก็ comment มาที่เราได้นะคะ … IsscoThai Social Team จะรีบตอบทุก comment เลยค่ะ!

    ข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.isscothai.com/th/resources/cleanroom-technology/hepa-filter-and-its-applications.html

    IsscoThai Social Team